“ สิ่งสำคัญคือเราต้องเห็นความสำคัญของการยอมรับความจริง ซึ่งไม่ใช่การไม่ต่อต้าน หรือยอมตามยถากรรม แต่เป็นการยอมรับเพื่อเป็นจุดเริ่มให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการตอบสนองต่อสถานการณ์ในรูปแบบใหม่ ”
การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ต้องอาศัยการฝึกฝนจนกลายเป็นทักษะใหม่ แนวคิดของการบำบัดที่พูดถึงเรื่องของการฝึกทักษะในการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น คือ Dialectical Behavior Therapy (DBT) ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาต่อมาจากแนวคิด Cognitive Behavioral Therapy (CBT)
DBT เสนอว่าการจะยอมรับได้นั้น ต้องฝึกที่จะไม่ตัดสินและขยายความ ไม่ตัดสินในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งความคิดและอารมณ์ที่ผ่านเข้ามา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฝึกทักษะการมีสติ (Mindfulness skill) ที่เน้นเรื่องของการจดจ่อ (Focus) และการยอมรับ (Acceptance) ด้วย
ขั้นตอนในการฝึกการยอมรับความจริงที่คุณ Sheri Van Dijk นักจิตบำบัดได้อธิบายไว้ให้ทำตามได้ คือ
ระบุว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากจะยอมรับมัน เช่น สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นต้น สิ่งสำคัญคือเราต้องเห็นความสำคัญของการยอมรับความจริง ซึ่งไม่ใช่การไม่ต่อต้าน หรือยอมตามยถากรรม แต่เป็นการยอมรับเพื่อเป็นจุดเริ่มให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการตอบสนองต่อสถานการณ์ในรูปแบบใหม่
รับรู้ว่าเราเป็นคนที่ต้องการจะยอมรับในสถานการณ์นี้ รู้ด้วยว่าเป็นการพยายามที่จะฝึกการยอมรับในตอนต้นซึ่งอาจจะขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ ดังนั้นจึงต้องมีสติ หรือรู้ตัวไม่ไปตัดสินสถานการณ์นั้นๆ
สังเกตเห็นตัวเราที่บางครั้งกำลังเผลอไปตัดสินเหตุการณ์ต่างๆ เผลอไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
กลับมายอมรับใหม่ในสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีที่เรารู้ตัวว่าเราเผลอไป โดยให้ย้อนระลึกว่าเราเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราเป็นคนตั้งเป้าหมายไว้เอง และการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เรารับมือกับสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
การเตือนใจตนเองเป็นปัจจัยสำคัญให้เราเห็นว่าเราเป็นผู้เลือกในการที่จะฝึกทักษะและลงทุนกับการฝึกในครั้งนี้ กว่าสิ่งนี้จะเป็นทักษะของเรา เราต้องทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่ามันจะกลายเป็นทักษะที่ติดตัวเราไปใช้รับมือกับสถานการณ์อื่นๆในอนาคต
สิ่งสำคัญคือการยอมรับในปัจจุบัน ไม่ใช่ในอนาคต เพราะการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในปัจจุบัน ไม่ใช่ที่จะเกิดในอนาคต หลายครั้งเกิดความเข้าใจผิดว่าต้องยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของการฝึกทักษะการยอมรับ แต่หากใครมีความกังวลกับอนาคต การฝึกสติ หรือการรู้ตัวจะเป็นทักษะที่เหมาะสมมากกว่า
สำหรับบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราอาจรับรู้ว่าเป็นสิ่งที่เกินจะรับไหว ไม่สามารถยอมรับได้ จึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการยอมรับนั้น ไม่ใช่การยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นดี แต่การที่เราไม่ยอมรับจะมีโอกาสเหนี่ยวนำให้เรากลับไปคิดถึงสิ่งนั้นซ้ำๆ การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงช่วยให้เราคิดถึงสถานการณ์นั้นน้อยลงหรือเมื่อเราคิดถึงมันเมื่อไหร่ อิทธิพลของสิ่งๆนั้น ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ทำให้อารมณ์ต่างๆที่เคยถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ก็ลดน้อยลงจนอยู่ในระดับที่เราสามารถควบคุมได้นั่นเอง
